กลยุทธ์ธุรกิจ
สรุปหนังสือ Alex Hormozi 3 เล่ม: $100M Leads, Offers, Money Models หาลูกค้า ขายให้ได้ เพิ่มกำไร 20 ข้อ

หนังสือ 3 เล่มของ Alex Hormozi คือ $100M Leads, $100M Offers และ $100M Money Models ตอบ 3 คำถามที่ธุรกิจต้องตอบให้ได้ หาคนที่ใช่ให้เจอ (Leads) ทำให้เขาอยากซื้อ (Offers) แล้วทำให้เขาซื้อต่อเนื่องจนกำไรโต (Money Models) ใครขายดีแต่ไม่เหลือเงิน แปลว่ายังขาดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ข้อนี้ครับ
บทความนี้ผมสรุปจากคลิป “สรุปหนังสือ 3 เล่มของ Alex Hormozi” ความยาวเกือบ 90 นาที ที่ผมอ่านทั้ง 3 เล่มมาหลายรอบ แล้วขมวดให้เป็นภาษาคนขายของบ้านเรา ส่วนเล่ม $100M Offers ผมเคยเขียนแยกไว้แบบละเอียดแล้วที่ ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า บทนี้จึงเน้นเล่ม Leads กับ Money Models เป็นหลักครับ
ขายดีแต่ไม่มีกำไร: ปัญหาที่หนังสือ 3 เล่มนี้แก้
-
“ขายดีจนเจ๊ง” มีอยู่จริง ในหนังสือ Alex เล่าว่าตอนทำยิม เขารับเงินค่าสมาชิกเข้ามาก่อนเป็นก้อนใหญ่ แต่พอหักค่าใช้จ่าย ค่าคอมมิชชัน และอื่น ๆ จริง ๆ กลับเหลือกำไรแค่นิดเดียว [ขายได้ กับมีเงินเหลือ เป็นคนละเรื่องกันเลยครับ] ใครอยากเช็กธุรกิจตัวเอง อ่านต่อได้ที่ ขายดีแต่ไม่มีกำไร
-
หลายคนคิดว่าทุน 10 บาท ขาย 70 บาท กำไรเยอะมาก แต่ผมจะบอกว่าต้นทุนแบบนี้ “ค้ำคอ” แล้ว เพราะยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าแอด ของแถม ค่าส่ง และของตีกลับ พลาดนิดเดียวก็ไม่เหลืออะไร ส่วนค่าโฆษณาเอง ไม่ควรเกิน 15–25% ของกำไรขั้นต้น เพราะต้นทุนธุรกิจไม่ได้มีแค่ค่าแอด
-
ฝรั่งมีแนวคิดว่า ขายชิ้นแรกแล้วกำไรปริ่ม ๆ ไม่ใช่ความผิดของเรา แต่ถ้าขายชิ้นแรกเสร็จ แล้วต้องไปหาลูกค้าใหม่มาขายชิ้นแรกซ้ำไปเรื่อย ๆ อันนี้คือความผิดของเรา เพราะกำไรเต็มคำจะเกิดตอนลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือเพื่อนบอกต่อ โดยไม่ต้องจ่ายค่าแอดใหม่
-
ก่อนเริ่มทำอะไร ให้ตอบ 3 คำถามนี้ให้ได้ ข้อแรก ลูกค้าต้องการอะไร (หมอฝังเข็มขายวิชาฝังเข็ม แต่ลูกค้าแค่อยากหายปวดหลัง) ข้อสอง จะทำให้เขารู้จักเราด้วยวิธีไหน คลิปสั้น ไลฟ์ บทความ หรือ YouTube ข้อสาม ขายแล้วเหลือเงินเท่าไหร่ ถ้าตอบข้อสามไม่ได้ แปลว่ายังเตรียมตัวมาไม่ดีพอ
-
วิธีดูว่าธุรกิจเราติดอยู่ตรงไหน ถ้าขายไม่ได้ราคา ต้องตัดราคาแข่ง แปลว่ายังไม่เจอลูกค้าที่ใช่ (เล่ม Leads) ถ้าลูกค้าที่ใช่ทักเข้ามาแต่ไม่ซื้อ แปลว่าข้อเสนอยังไม่ดีพอ (เล่ม Offers) ถ้าลูกค้าซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป แปลว่ายังไม่มีโมเดลเงิน (เล่ม Money Models)
สรุปหนังสือ $100M Leads: หาลูกค้าที่ใช่ยังไง
-
เคสที่ผมชอบมาก Alex ถามว่าถ้าจะเปิดร้านฮอตดอก จะเลือกทำเลดี ราคาถูก หรืออร่อยที่สุด คำตอบของเขาคือไม่เลือกสักข้อ แต่เลือก “หาคนที่กำลังหิวที่สุด” เช่น ไปตั้งรถเข็นหน้าพิพิธภัณฑ์ตอนคนเดินออกมาหลังเดินมาทั้งวัน [อย่าไปขายของให้คนที่ไม่เดือดร้อน มันจะเหนื่อยมาก]
-
บางปัญหาไม่มีเทคนิคไหนแก้ได้ จะอัดโปรโมชั่น ลดราคา หรือมีของแถมก็ไม่ช่วย เพราะลูกค้าเป็นคนละกลุ่ม ถ้าจะปิดการขายให้ได้ ต้องหาลูกค้าที่มีเงินเหมาะกับสินค้าของเรา จะง่ายกว่าเยอะครับ
-
Alex ให้ดูตลาดผ่าน 4 มุม หนึ่ง ลูกค้าเจ็บกับปัญหานี้แค่ไหน รอได้ไหม สอง เขามีเงินจ่ายไหม (เดือดร้อนกับจ่ายไหว เป็นคนละเรื่องกัน) สาม เรายิงไปถึงเขาได้ไหม สี่ ตลาดนี้กำลังโตหรือกำลังหด ยิงแอดต้องโดนคนที่ “เดือดร้อน” และ “จ่ายไหว” พร้อมกัน
-
Lead คือคนที่เราติดต่อได้ แต่แค่ไปขอเบอร์มือถือหรือขอแอดไลน์มาเฉย ๆ ยังไม่พอ สิ่งที่ต้องเก็บคือ Engaged Lead คือคนที่แสดงความสนใจจริง เช่น ลงทะเบียนรอสินค้าออกเอง เพื่อรับสิทธิพิเศษตอนเปิดตัว
-
ตอนวัยรุ่น Alex เคยยิงแอดชวนคนเข้าสัมมนาออนไลน์ ได้รายชื่อมาเป็นกอง โทรตามทีละคน ปรากฏว่าขายไม่ได้เลยสักคน จนเขาเห็นแอดเจ้าหนึ่งที่โชว์ “เคสคนที่ทำสำเร็จ” แทนการบรรยายว่าตัวเองขายอะไร พอเขาเปลี่ยนมาโชว์ผลลัพธ์ของลูกค้าจริง เจ้าของยิมทั่วประเทศก็นัดเข้ามาเองเต็มตาราง [ลูกค้าไม่ได้อยากรู้วิธี ลูกค้าอยากเห็นผลลัพธ์]
-
ผมคิดแบบเดียวกันมานาน ถ้าลูกค้าเห็น “ผลลัพธ์ของสินค้าตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน” สินค้าจะขายดีมาก เช่น โพสต์ภาพแรกเป็นถุงกาแฟ ภาพที่ 2 เป็นผู้หญิงเอว S นายหน้าบ้านก็เหมือนกัน แทนที่จะบอกว่าบ้านกี่ตารางเมตร ลองเล่าว่าบ้านหลังนี้เหมาะกับใคร คนก่อนซื้อไปแล้วชีวิตเป็นยังไง
-
Lead Magnet คือข้อเสนอเล็ก ๆ ที่ดึงคนสนใจเข้ามา และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ได้จริง เหมือนการให้ลองขับรถ คนที่ได้ลองขับส่วนใหญ่ก็ซื้อ หรือมาม่าที่โตมาจากการให้ชิมฟรีในซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัทกำจัดปลวกก็อาจให้อุปกรณ์เช็กว่าบ้านมีปลวกหรือยัง [อย่าคิดว่ามันเล็กนะครับ พลังมันเยอะมาก]
-
ช่องทางหาลีดในหนังสือมี 4 ทาง คุยกับคนที่รู้จัก เผยแพร่คอนเทนต์ ติดต่อคนที่ยังไม่รู้จักแบบไม่ยิงแอด (บ้านเราอาจเป็นการทำ YouTube หรือเอาความรู้ไปแชร์ในกลุ่ม) และยิงโฆษณา ตอนเปิดยิมใหม่ ๆ Alex เริ่มจากดูแลคนรู้จักไม่กี่คนจนได้ผลจริง แล้วได้ทั้งการบอกต่อและภาพรีวิวไว้ยิงแอดต่อ อ่านวิธีให้ลูกค้าเข้ามาหาเองต่อได้ที่ หาลูกค้ายังไง ให้ลูกค้าเข้ามาหาเอง
-
คอนเทนต์ที่ทำให้คนติดตามกลายเป็นลูกค้า Alex เรียกว่า Hook, Retain, Reward คือ เปิดด้วยปัญหาที่โดนใจ (Hook) ทำให้อยากดูจนจบด้วยทางแก้ทีละข้อ (Retain) แล้วให้รางวัลคนที่ดูจบ เช่น ใครอยากได้วิธีแก้แบบเต็ม ทักแชทมารับคลิปเต็มได้ (Reward) ลูกศิษย์ผมที่สอนทำขนมก็ทำแบบนี้ คลิปสั้นไม่ถึง 3 นาที แล้วส่งสูตรจัดเต็มให้คนที่ทักเข้ามา
-
แนวทางโตในหนังสือมี 3 คำ More, Better, New คือ More ทำให้คนเห็นเยอะขึ้นก่อน Better ทำข้อเสนอให้ดีขึ้น จากคนจ่ายเงิน 5% กลายเป็น 10% แค่นี้กำไรก็เพิ่มเท่าตัว และ New ทำอะไรใหม่ ๆ ให้คนที่เป็นลูกค้าแล้วซื้อต่อในปีถัดไป
สรุป $100M Offers แบบสั้น: ทำไมลูกค้ายอมจ่ายแพงกว่า
-
คู่แข่งขายค่ายิมถูกกว่าหลายเท่า แต่ Alex ไม่แข่งราคา ไม่แข่งเครื่องออกกำลังกาย เขาขาย “ผลลัพธ์ที่ลูกค้าอยากได้” คือเข้ายิมแล้วลดน้ำหนักได้จริงในเวลาที่กำหนด หัวใจของเล่มนี้คือสมการคุณค่า ส่วนบน (ผลลัพธ์ที่อยากได้ และความเชื่อว่าจะทำสำเร็จ) ยิ่งเพิ่มยิ่งดี ส่วนล่าง (รอนานแค่ไหน และต้องเหนื่อยแค่ไหน) ยิ่งลดยิ่งดี รายละเอียดเต็มอยู่ใน ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า
-
คนไทยชอบเอาคำว่า Offer ไปปนกับโปรโมชั่น แต่มันไม่ใช่ โปรโมชั่นมักเกิดตอนอยากระบายสต๊อก ลด แลก แจก แถม จนลูกค้าติดโปร ส่วน Offer คือสิ่งที่ต้องคิดให้เสร็จ “ก่อน” เปิดตัวสินค้า ว่าจะเสนออะไร ให้ใคร และจะทำกำไรตั้งแต่วันแรกยังไง
สรุปหนังสือ $100M Money Models: เพิ่มกำไรจากลูกค้าคนเดิม
-
Alex เล่าว่าตั้งใจเช่ารถวันละ 19 ดอลลาร์ แต่พอเดินออกจากเคาน์เตอร์ จ่ายไปเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อวัน โดยไม่รู้สึกโกรธเลย เพราะโดนข้อเสนอ 4 แบบเรียงกัน Attraction Offer (ข้อเสนอแรกที่ดึงให้เป็นลูกค้า เช่น ไซส์ทดลอง) Upsell (อัปเกรดให้ดีขึ้น) Downsell (ตัดบางอย่างออกให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัดสินใจฉลาด) และ Continuity Offer (ข้อเสนอให้กลับมาซื้อต่อ เช่น สมาชิก คูปอง) [Upsell เป็นเรื่องของอารมณ์ ถ้าลูกค้าพึงพอใจ เราย่อมขายได้มากขึ้น]
-
เคสเจ้าของยิมในหนังสือ ให้ลูกค้าจ่ายค่าโปรแกรมลดน้ำหนักก่อน ถ้าทำตามได้ครบ คืนเงินให้ทั้งหมด ปรากฏว่าลูกค้าส่วนใหญ่ขอเก็บเงินไว้เป็นเครดิตปีต่อไป แถมพาเพื่อนมาอีกเพียบ หรืออีกเคสที่ให้ค่าโปรแกรมปีนี้กลายเป็นเครดิตเล่นฟรีปีหน้า ลูกค้ารู้สึกเหมือนซื้อ 1 แถม 1 [ยิ่งลูกค้าได้คุณค่าจากเรามากกว่าเงินที่จ่าย การบอกต่อจะยิ่งมากขึ้น]
-
ข้อเสนอเพื่อปิดการขายแบ่งได้ 4 ประเภท Lead Generation (ทักไลน์มาจองสิทธิ์) Core Product (สินค้าโดดเด่นไม่เหมือนใคร) Premium Value (ซื้อ 1 แถม 4) และ Continuity (สิ่งที่ได้ในระยะยาว) ที่สำคัญคือพยายามอย่าลดราคา ให้เน้นแถมแทน เพราะแถมคือเพิ่มคุณค่า ลดราคาคือลดคุณค่า และพาเราไปอยู่ในสงครามราคา อ่านต่อได้ที่ หยุดลดราคา! 7 เทคนิคการขาย จากนั้นนำเสนอของใหม่ให้ลูกค้าเดิมทุกไตรมาส เพราะการออกสินค้าใหม่ขายลูกค้าเก่า คือทางเพิ่มยอดขายที่ไวที่สุด และทำให้ยอดขายมั่นคง
สรุป
หนังสือ 3 เล่มของ Alex Hormozi ทำงานต่อกันเป็นวงจรเดียว $100M Leads พาคนที่ใช่ คนที่ “หิว” และ “จ่ายไหว” เข้ามาหาเรา $100M Offers ทำให้เขารู้สึกว่าคุ้มจนอยากซื้อ และ $100M Money Models ทำให้เขาซื้อต่อเนื่อง บอกต่อ และอยู่กับเราไปนาน ๆ ถ้าวันนี้ขายดีแต่ไม่เหลือเงิน ให้กลับไปตอบ 3 คำถาม ลูกค้าต้องการอะไร เขาจะรู้จักเรายังไง และขายแล้วเหลือเงินเท่าไหร่ แล้วจะเห็นทันทีว่าธุรกิจเราต้องเติมเล่มไหนก่อนครับ
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือ Alex Hormozi มีเล่มไหนบ้าง ควรอ่านเล่มไหนก่อน?
ชุดนี้มี 3 เล่มคือ $100M Leads (หาลูกค้าที่ใช่) $100M Offers (ทำข้อเสนอให้ลูกค้าอยากซื้อ) และ $100M Money Models (ทำให้ลูกค้าซื้อต่อเนื่องจนกำไรโต) ถ้ายังไม่มีคนทักเข้ามา เริ่มที่ Leads ถ้ามีคนทักแต่ปิดการขายไม่ได้ เริ่มที่ Offers ส่วนตัวผมชอบเล่ม Offers ที่สุดครับ
Lead กับ Engaged Lead ต่างกันยังไง?
Lead คือรายชื่อคนที่เราติดต่อได้ เช่น ไปขอเบอร์มือถือมาเฉย ๆ ส่วน Engaged Lead คือคนที่แสดงความสนใจจริง เช่น ลงทะเบียนรอสินค้าออกเอง คนกลุ่มหลังนี้ปิดการขายง่ายกว่ามาก จึงควรโฟกัสเก็บ Engaged Lead
Lead Magnet คืออะไร มีตัวอย่างไหม?
Lead Magnet คือข้อเสนอเล็ก ๆ ที่ดึงคนสนใจเข้ามา และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้เขาได้ก่อนจ่ายเงิน เช่น การให้ลองขับรถ ให้ชิมฟรีในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือส่งสูตรขนมแบบเต็มให้คนที่ทักแชทเข้ามา
ขายดีแต่ไม่มีกำไร แก้ยังไงตามหนังสือ Alex Hormozi?
ให้ดูกำไรจริงหลังหักทุกอย่าง ไม่ใช่ดูแค่ยอดขาย แล้ววางโมเดลเงินให้ลูกค้ากลับมาซื้อต่อ เช่น อัปเซล ดาวน์เซล และข้อเสนอต่อเนื่อง เพราะการขายชิ้นแรกอาจกำไรนิดเดียว แต่การซื้อซ้ำไม่ต้องจ่ายค่าแอดใหม่ กำไรจึงเต็มคำ
บทความอื่นที่น่าอ่าน
ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า: สร้างข้อเสนอที่ไร้คู่แข่ง 20 ข้อ จากหนังสือ $100M Offers ที่ผมอ่านหลายรอบ
ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า! อ.ตรี สรุปวิธีสร้างข้อเสนอจากหนังสือ $100M Offers ทำยังไงให้ไม่มีคู่แข่ง ไม่โดนตัดราคา ด้วยสมการคุณค่า 4 ตัวแปร และสูตรชื่อ MAGIC
อ่านต่อ →
ขยันแทบตาย ทำไมยอดขายไม่โต? 20 ข้อคิดจากหนังสือกฎ 10X ที่ผมอ่านเกิน 5 รอบ
ขยันแทบตาย แต่ยอดขายไม่โต? อ.ตรี สรุปกฎ 10X ตั้งเป้าให้ใหญ่ เช็ก 4 ระดับของการลงมือทำ ยอดขายตกต้องทำยังไงโดยไม่เอาตัวเองไปเสี่ยง และเพิ่มยอดขายยุคนี้ด้วย Ai
อ่านต่อ →