ทักไลน์ @thebiz

กลยุทธ์ธุรกิจ

ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า: สร้างข้อเสนอที่ไร้คู่แข่ง 20 ข้อ จากหนังสือ $100M Offers ที่ผมอ่านหลายรอบ

นักเรียนเปิดโน้ตบุ๊กฝึกคิดข้อเสนอขายของในห้องเรียน The Biz

คนส่วนใหญ่คิดว่า ธุรกิจคือการขายสินค้า แต่จริง ๆ แล้ว ธุรกิจคือ “การออกแบบการตัดสินใจของลูกค้า” ราคาสินค้าไม่ได้อยู่ที่ต้นทุน แต่อยู่ที่ความรู้สึกของคนซื้อ ถ้าเราต้องโน้มน้าวลูกค้าอยู่ตลอดเวลา แปลว่าข้อเสนอของเรายังไม่ดีพอ เพราะข้อเสนอที่ดี ไม่ได้ทำให้ลูกค้าต้องคิดเยอะ แต่ทำให้ลูกค้าต้องพยายามหาเหตุผลว่า “ทำไมฉันถึงจะไม่ซื้อ”

บทความนี้ผมสรุปจากหนังสือ $100M Offers ของ Alex Hormozi เล่มที่ผมอ่านหลายรอบมาก ผสมกับมุมมองของผมเองที่สอนขายของมา 20 ปี ธุรกิจที่เหนื่อย คือธุรกิจที่ขายของแบบธรรมดา ส่วนธุรกิจที่สบาย คือธุรกิจที่ให้ข้อเสนอที่ไม่มีใครเทียบได้ครับ

คลิป YouTube อ.ตรี: ความลับที่คนรวยไม่ยอมบอก เลิกขายสินค้า แต่ให้ขายข้อเสนอที่ไร้คู่แข่ง
ดูคลิปเต็ม: ความลับที่คนรวยไม่ยอมบอก เลิกขาย ‘สินค้า’ แต่ให้ขาย ‘ข้อเสนอ’ ที่ไร้คู่แข่ง · ช่อง YouTube อ.ตรี

ทำไมขายสินค้าเหมือนคนอื่น ถึงโดนตัดราคา

  1. เริ่มธุรกิจด้วยทุนน้อย ปัญหาที่เจอแน่นอนคือ “โดนตัดราคา” เพราะเราไม่ได้ขายของเป็นคนแรกของโลก โดยเฉพาะรับของจากจีนมาลง Shopee, Lazada อาจจะขายดีอยู่ 2-3 เดือน สุดท้ายก็โดนตัดราคายับ เหนื่อยฟรี ไม่มีกำไร [ยังไม่รวมภาษีอีกนะ]

  2. Alex เรียกปัญหานี้ว่า “สินค้าโหล” (Commodity Problem) คือของที่เราขาย คนใน Shopee ก็ขาย โรงงานจีนก็ขายชิ้นเดียวกัน พอเราเลียนแบบคู่แข่งเป๊ะ ๆ ลูกค้าก็มองว่าร้านเราหน้าตาเหมือนร้านข้าง ๆ สิ่งเดียวที่ใช้ตัดสินใจซื้อคือราคา กลายเป็นแข่งกันลงเหว สำหรับผม แบบนี้คือกระดุมเม็ดแรกติดผิดแล้ว

  3. ขายของหน้าตาเหมือนกัน ผมเรียกว่า “เก้าอี้ดนตรี” คนที่เข้ามา 100 คนแรกยังรอดและร่ำรวย แต่หลังจากนั้นจะเริ่มเท่าทุนหรือขาดทุน ใครลุกช้าก็จ่ายรอบวง เหมือนคนที่เปียแชร์หลังสุด [ผมไม่ได้บอกว่าสินค้าจีนหรือ Affiliate ทำไม่ได้นะ แต่ต้องรู้ตัวว่ากำลังเล่นเกมนี้อยู่]

  4. ถ้ายังเน้นขายตัดราคา เราอาจจะเจอคู่แข่งสายเทา หรือนักธุรกิจสายเลี่ยงภาษี ซึ่งจะแข่งขันอย่างไรก็ยาก ทางออกคือ ต้องคิดข้อเสนอที่ “แตกต่างอย่างสิ้นเชิง” ครับ

ทำยังไงให้ไม่มีคู่แข่ง: เริ่มจากเลือกตลาดที่ “หิวโซ”

  1. ฟังดี ๆ นะ Alex ไม่เคยบอกให้เราผลิตสินค้าที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเราไม่ได้เกิดมาเป็นไอน์สไตน์ แต่ให้คิด “ข้อเสนอ” ที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะมันวัดกันที่คุณค่า ไม่ได้วัดกันที่ราคา [ลูกค้าอยากได้คุณค่ามากกว่าราคาอยู่แล้ว]

  2. ก่อนปั้นข้อเสนอ ต้องเลือกตลาดให้ถูก Alex ยกตัวอย่างว่า ถ้าเปิดร้านฮอตดอก แล้วขอพรได้ 1 ข้อ จะขอทำเลดี สูตรอร่อย หรือต้นทุนถูกกว่าคู่แข่ง? ผิดหมด! ต้องขอ “ฝูงคนที่กำลังหิวโซ” เปิดร้านหน้าสนามฟุตบอลตอนแข่งจบ ต่อให้ไม่อร่อย คนก็วิ่งมาเหมาจนหมดร้าน

  3. เคสในหนังสือ เจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์หนังสือพิมพ์ เป็นเซลล์เก่งมาก ซอฟต์แวร์ดี แต่ตลาดหดตัวปีละ 25% ปรับสารพัดวิธีก็ไม่เวิร์ค พอหันไปทำโรงงานหน้ากากอนามัยช่วงโควิด ทำยอดได้หลายล้านเหรียญภายใน 5 เดือน คนเดิม ทักษะเดิม แต่ตลาดเปลี่ยน

  4. ตลาดที่ดีต้องมี 4 องค์ประกอบ คือ 1. เจ็บปวดมหาศาล (Massive Pain) ยิ่งเจ็บยิ่งยอมจ่าย 2. มีกำลังซื้อ (Purchasing Power) 3. หาตัวง่าย (Easy to Target) รู้ว่าเขารวมตัวกันอยู่ที่ไหน 4. ตลาดกำลังโต (Growing) ต้องเป็นธุรกิจพระอาทิตย์ขึ้น ไม่ใช่พระอาทิตย์ตกดิน ที่ทุกคนหนีตายจนต้องตัดราคากัน

สมการคุณค่า ทำไมลูกค้ายอมจ่ายแพง

  1. เมื่อเจอตลาดแล้ว ข้อผิดพลาดที่อันตรายที่สุดคือ “ตั้งราคาถูกเกินไป” เคสในหนังสือ Alex คิดค่าโปรแกรมปีละราว 1.4 ล้านบาท พ่อของเขาตกใจมาก Alex ตอบว่า ถ้าผมสร้างระบบให้พ่อมีรายได้เพิ่มปีละ 8 ล้าน พ่อจะจ่ายไหม? นี่คือ “การซื้อเงินในอนาคต ด้วยราคาที่ถูกกว่า”

  2. อันนี้ผมเติมให้นะ ตั้งราคาแพงไม่ได้แปลว่าต้องเอาเปรียบลูกค้า แต่ต้องส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าเงินที่เขาจ่าย ถ้าตั้งราคาแพงแล้วส่งมอบไม่ถึง วันนึงโดนฟ้องขึ้นมา ได้ไม่คุ้มเสีย [ใครทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มได้ คำว่าราคาแพงไม่มีในสารานุกรม]

  3. หัวใจของหนังสือคือ “สมการคุณค่า” (Value Equation) มีตัวบนกับตัวล่าง ตัวบนต้องเยอะ ตัวล่างต้องน้อย ตัวบนคือ “ความฝัน” (Dream Outcome) ลูกค้าไม่ได้อยากเป็นสมาชิกยิม แต่อยากใส่ชุดรัดรูปโชว์หน้าท้อง เหมือนเปิดคลาสสอนเต้น แล้วบอกว่า “จะสอนให้เต้นท่าเดียวกับลิซ่า” ลูกค้าจะเห็นภาพตัวเองบนเวทีทันที

  4. ตัวบนอีกตัวคือ “โอกาสสำเร็จ” (Perceived Likelihood) ทำไมคนยอมจ่ายดูดไขมัน 300,000 บาท แต่ไม่ยอมจ่าย 3,000 บาทเข้าคอร์สออกกำลังกาย? เพราะดูดเสร็จก็ผอมเลย ลูกค้ามองว่าโอกาสสำเร็จ 100% ส่วนออกกำลังกาย ลูกค้ามองว่าโอกาสสำเร็จต่ำ

  5. ตัวล่างตัวแรกคือ “เวลารอคอย” (Time Delay) ยิ่งเร็วยิ่งแพง คนรู้ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ดีกับสุขภาพ รู้ว่าทำกับข้าวเองดีกว่าอาหารเซเว่น แต่ก็ยังซื้อ เพราะมันเร็ว [ลูกค้าเน้นความเร็ว มากกว่าราคาถูก]

  6. ตัวล่างตัวที่สองคือ “ความยากลำบาก” (Effort & Sacrifice) มนุษย์ถูกสร้างมาให้ขี้เกียจ สินค้าที่ทำให้ลูกค้าออกแรงน้อยลง ลูกค้าจะยอมจ่ายมากกว่า เทียบกับการต้องตื่นเช้า ขับรถไปยิม ยกเวทจนเหงื่อออก

  7. ผมสรุปเพิ่มให้ อันนี้ Alex ไม่ได้สอนนะ ในมุมลูกค้า ข้อเสนอต้องทำให้เห็นความฝันมากที่สุด หารด้วยความพยายามน้อยที่สุด แต่ในมุมเจ้าของกิจการ ต้อง “กลับหัว” คือโลภให้น้อยที่สุด แล้วพยายามให้มากที่สุด เราจะไม่บีบคั้นลูกค้า ไม่ร้อนเงิน [ถ้าเจ้าของโลภมาก แล้วอยากเหนื่อยน้อยเหมือนลูกค้า ธุรกิจจะไปรอดยังไง]

วิธีสร้างข้อเสนอ ที่ลูกค้าปฏิเสธไม่ลง

  1. เคสยิมของ Alex เดิมขายสมาชิกเดือนละ 99 เหรียญ แต่ขายไม่ออก เพราะยิมข้าง ๆ ขาย 29 เหรียญ เขาเลยเลิกขายสมาชิกยิม หันมาขาย “ผลลัพธ์ปลายทาง” คือลดน้ำหนัก 20 ปอนด์ใน 6 สัปดาห์ นี่แหละ ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า

  2. จากนั้นลิสต์ปัญหาทั้งหมดที่ทำให้ลูกค้าน้ำหนักไม่ลด แล้วแก้ให้หมด ซื้อของกินไม่ถูก ให้ลิสต์ของที่ต้องซื้อ ทำอาหารไม่เป็น ให้คู่มือทำอาหาร 5 นาที กินข้าวนอกบ้าน ให้คู่มือสั่งอาหาร ขี้เกียจมาออกกำลังกาย ให้มีบัดดี้ พอรวมเป็นชุดเดียว ยิมของเขาก็เต็มจนคนล้น [ต้องคิดด้วยว่า ลูกค้าได้มากกว่าราคาที่จ่ายจริงไหม ตรงนี้สำคัญ]

  3. อย่าตกม้าตายเพราะชื่อ Alex ใช้สูตร MAGIC คือ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย (Magnet) รู้ว่าใครจะมาเรียน (Avatar) ระบุผลลัพธ์ (Goal) ระบุเวลาเห็นผล (Interval) และใส่ในภาชนะที่ดูแพง เช่น Challenge หรือ System (Container) ตัวอย่าง ชื่อเดิม “คอร์สออกกำลังกาย” 500 บาทยังขายยาก ชื่อใหม่ “โปรแกรมปั้นหุ่นนางงาม 6 สัปดาห์ สำหรับสาวออฟฟิศที่ไม่มีเวลา” ดูมีระบบขึ้นมาทันที

  4. ถ้าลูกค้าพูดว่า “ขอคิดดูก่อน” ภาษาเซลล์ขายรถคือ “ไม่ซื้อแล้ว” ดังนั้นต้องทำให้จ่ายเดี๋ยวนี้ 1. สร้างความขาดแคลน เช่น รับแค่ 5 คนต่อเดือน (ต้องจำกัดจริงนะ) 2. สร้างความเร่งด่วน เช่น โปรมีแค่วันที่ 1-5 ของเดือน [จากประสบการณ์ ผมใช้แล้วได้ผลจริง เพราะคนกลัวเสียโอกาสเป็นที่สุด]

  5. อย่าลดราคา ให้แถม! ใครลดราคาปุ๊บ คุณค่าที่ทำมาทั้งหมดจะหายไปทันที ให้อัดโบนัสเข้าไปจนลูกค้ารู้สึกคุ้ม แล้วปิดท้ายด้วย “การันตีแบบมีเงื่อนไข” เช่น ต้องเข้าเรียนและส่งการบ้านทุกวัน ถ้าทำครบแล้วไม่ได้ผล คืนเงิน 100% สุดท้ายลูกค้าที่ทำครบ ชีวิตดีขึ้น ก็ไม่มีใครมาขอคืนเงิน

สรุป

การขายของ ไม่ใช่การไปง้อเงินใคร แต่เป็นการเสนอทางออกให้คนที่มีปัญหา เลือกตลาดที่หิวโซ สร้างข้อเสนอที่ทำให้ลูกค้าเห็นความฝันชัด โอกาสสำเร็จสูง ได้ผลเร็ว และออกแรงน้อย ตั้งชื่อให้ดูมีคุณค่า ใส่ความเร่งด่วนพร้อมโบนัสที่ปฏิเสธไม่ได้ เราก็จะหนีจากวงจรการตัดราคาได้ ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ขายข้อเสนอ ไม่ใช่ขายสินค้า หมายความว่าอะไร?

ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อภาพปลายทางที่เขาอยากเป็น เช่น คนสมัครยิมไม่ได้อยากเป็นสมาชิกยิม แต่อยากมีหุ่นดี ดังนั้นแทนที่จะขายสมาชิกรายเดือน ให้ขายผลลัพธ์ปลายทาง แล้วรวมทางแก้ปัญหาทุกอย่างเป็นชุดเดียว

ทำยังไงให้ไม่มีคู่แข่ง ถ้าคิดสินค้าใหม่ไม่ออก?

ไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ให้คิด “ข้อเสนอ” ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะข้อเสนอแบบนี้วัดกันที่คุณค่า ไม่ได้วัดกันที่ราคา

ลดราคา กับ แถมของ แบบไหนดีกว่ากัน?

อย่าลดราคา เพราะคุณค่าที่ทำมาทั้งหมดจะหายไปทันที ให้แถมแทน อัดโบนัสเข้าไปจนลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่า

ตั้งราคาแพง ถือว่าเอาเปรียบลูกค้าไหม?

ไม่ ถ้าเราส่งมอบคุณค่าได้มากกว่าเงินที่ลูกค้าจ่าย แต่ถ้าตั้งราคาแพงแล้วส่งมอบไม่ถึง วันนึงอาจโดนฟ้องร้องได้ ไม่คุ้มเสียเลย

อ.ตรี วรเศรษฐ์ เมธาอัครพัฒน์

อ.ตรี วรเศรษฐ์ เมธาอัครพัฒน์

ทำธุรกิจมาราว 22 ปี สอนขายของออนไลน์ ยิงแอด Facebook และ Ai มา 20 ปี นักเรียน 20,000 คน ห้องเรียนจริงอยู่ที่ทุ่งครุ

อ่านประวัติ →

บทความอื่นที่น่าอ่าน

อ.ตรี สอนยิงแอด Facebook หน้าจอในห้องเรียน The Biz

ยิงแอด Facebook

ยิงแอด Facebook ยุคนี้ ทำไมยิงแล้วไม่เวิร์ค? 16 ข้อที่ต้องเปลี่ยน + 3 สัญญาณว่ากำลังยิงแอดทิ้งน้ำ

ยิงแอด Facebook แล้วไม่เวิร์ค ค่าแอดดูแพงขึ้น? อ.ตรี สรุปว่ายิงแอดยุคนี้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนตรงไหน สูตร 3 ก๊ก ปรับแอดทุก 3 วัน และ 3 สัญญาณเตือนว่ากำลังยิงแอดทิ้งน้ำ

อ่านต่อ →
นักเรียนเปิดคอมฝึกขายของออนไลน์ในห้องเรียน The Biz

ขายของออนไลน์

มือใหม่ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง? 6 ขั้นตอนที่ควรทำก่อน (ฉบับปี 2569)

อยากเริ่มขายของออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน อ.ตรี เรียงให้ 6 ขั้นตอน ตั้งแต่เลือกสินค้า เลือกแพลตฟอร์ม Tiktok / YouTube / Facebook วางคอนเทนต์ จนพาลูกค้าเข้า Line@ พร้อม 5 ปัญหาที่ทำให้มือใหม่ไปไม่ถึงฝั่ง

อ่านต่อ →
ทักไลน์ @thebiz ถามรอบเรียน
ทักไลน์ @thebiz