การตลาดออนไลน์
คำศัพท์การตลาดออนไลน์ ที่คนขายของต้องรู้ 32 คำ แปลเป็นภาษาคน ตั้งแต่ CTR, Funnel ถึง UGC และ AEO

คำศัพท์การตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ฟังแล้วเหมือนยาก แต่จริง ๆ แต่ละคำคือเรื่องง่าย ๆ ที่คนขายของทำอยู่ทุกวัน แค่ยังไม่รู้ชื่อเรียกเท่านั้นเอง ผมเคยเขียนไว้ว่า คำศัพท์การตลาดออนไลน์พวกนี้ “ไม่รู้ ทำธุรกิจไม่ได้น๊า” ครับ
บทความนี้ผมรวม 32 คำศัพท์การตลาดออนไลน์ที่คนขายของต้องรู้ แปลเป็นภาษาคน แบ่งเป็น 5 หมวด ยิงแอด คอนเทนต์ หาลูกค้า เว็บไซต์ และกลยุทธ์ธุรกิจ ถ้าอยากเห็นภาพรวมของการตลาดออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มในที่เดียว ดูคลิป Mindmap ด้านล่างประกอบได้เลย
คำศัพท์ยิงแอดและการวัดผล ที่ต้องรู้ก่อนกดยิง
-
CTR (Click Through Rate) คือ อัตราคนที่เห็นโฆษณาแล้วสัมผัสโฆษณาเรา ถ้ามีคนเห็น 100 คน แล้วกดเข้ามา 7 คน เท่ากับ CTR 7%
-
Conversion Rate คือ อัตราคนที่ทำสิ่งที่เราต้องการจริง เช่น ซื้อ ทักแชต หรือสมัคร ยุคนี้ถือว่าสำคัญอันดับ 1 เพราะใครวัดผลไม่เป็น ธุรกิจปวดหัวแน่นอน
-
ROAS คือ ความคุ้มค่าของแอด ว่าค่าโฆษณาที่จ่ายไป กลับมาเป็นยอดขายเท่าไหร่ การคำนวณ ROAS ช่วยให้เราเข้าใจสัดส่วนการลงทุนมากขึ้น ว่าแอดตัวไหนควรไปต่อ ตัวไหนควรปิด
-
PPC (Pay Per Click) คือ การจ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกแอดของเรา ถือเป็นการตลาดที่ใช้ได้ดี ถ้าสินค้าของเรามีกำไรสูง
-
Split Testing หรือ A/B Testing คือ การยิงแอดหรือคอนเทนต์หลายแบบพร้อมกัน เพื่อทดสอบว่าตัวไหนดีที่สุดสำหรับเรา ถ้าทำบ่อย ๆ จะช่วยให้โฆษณาถูกลง และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
-
Retargeting และ Lookalike คือ การยิงแอดซ้ำหาคนที่เคยรู้จักเรา (Retargeting) และหาคนใหม่ที่หน้าตาพฤติกรรมคล้ายลูกค้าเดิม (Lookalike) เราใช้สองตัวนี้แบ่งลูกค้าเป็นกลุ่ม ๆ ให้ชัด เพื่อยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มและประหยัดค่าแอดที่สุด
-
CTA (Call to Action) คือ ปุ่มหรือคำมหัศจรรย์ที่เรียกให้ลูกค้าลงมือทำทันที เช่น ลดเฉพาะวันนี้ รับโปรโมชันทันที ทักไลน์เลย [อยู่ดี ๆ จะให้ลูกค้าแอดไลน์เข้ามาเอง เขาไม่แอดหรอกครับ ต้องมีอะไรนำเสนอให้เขาก่อน]
คำศัพท์คอนเทนต์ ที่คนทำคอนเทนต์ขายของต้องรู้
-
Pain Point คือ ปัญหาที่ลูกค้าเจออยู่เป็นประจำ หรือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าทุกข์ใจ ผมถือว่า Pain Point คือ King ต้องลิสต์ให้เจอว่าอะไรคือ Real Pain Point ของลูกค้าเรา แล้วคอนเทนต์และสินค้าจะตามมาเอง
-
Hook คือ ช่วงเปิดคลิปหรือประโยคแรกที่ทำให้คนหยุดดู ยุคนี้ต้องมี Hook ใน 3 วินาทีแรก เทคนิคที่ได้ผลคือสร้างความคาดหวังกับความลุ้น เช่น “ผมจะทำได้ไหม มาลุ้นไปด้วยกัน” [อ่านวิธีเขียนเต็ม ๆ ได้ที่ เขียน Hook ยังไงให้คนหยุดดู]
-
Engagement คือ การที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ ทั้งกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ โลกยุคนี้คือ No คอมเมนต์, No Engagement, No Reach วิธีแก้คือกระตุ้นให้คนคอมเมนต์ แล้วยิงโฆษณาช่วย
-
Monetization คือ การทำให้คอนเทนต์หรือแบรนด์สร้างรายได้ ธุรกิจต้องสร้างแบรนด์ก็จริง แต่ต้องเน้น Monetization เป็นอันดับแรก
-
UGC (User Generated Content) คือ คอนเทนต์ที่ลูกค้าจริงเป็นคนทำ เช่น รีวิว คลิปใช้จริง ภาพถ่ายจากลูกค้า ท่าไม้ตายของยุคนี้กลายเป็น UGC เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ถึง 76% แถมต้นทุนถูกกว่าโฆษณาแบบเดิมมาก
-
Organic Reach คือ จำนวนคนที่เห็นโพสต์เราแบบไม่ได้จ่ายค่าแอด สมัยก่อนโพสต์บนแฟนเพจแล้วคนเห็นเยอะมาก แต่ยุคนี้ Reach ของแฟนเพจธุรกิจลดลงเหลือแค่ราว 2% เท่านั้น [แล้วเราจะทำคอนเทนต์ใน Page ทำไม 🙄]
คำศัพท์หาลูกค้าและปิดการขาย
-
Brand Response vs Brand Awareness Brand Response คือการตลาดที่ลูกค้าตอบรับทันที ส่วน Brand Awareness คือการทำให้คนจดจำแบรนด์ ธุรกิจช่วงแรกต้องเน้น Brand Response ก่อน คือเก็บ Lead ใน LINE OA เก็บแชตใน Inbox และคนที่กดแจ้งเตือนไลฟ์สด [FC สำคัญที่สุด]
-
Lead และ Lead Magnet Lead คือรายชื่อลูกค้าที่สนใจเราและติดต่อกลับได้ ส่วน Lead Magnet คือของที่เราแจกเพื่อแลกให้ลูกค้าเข้ามาเป็น Lead เช่น อีบุ๊กสุขภาพ 7 วัน [ไม่เก็บ Lead โอกาสรอดในการทำออนไลน์น้อยมาก เพราะบรอดแคสต์แล้วไม่มีคนเห็น]
-
Funnel คือ การแบ่งลูกค้าเป็น 3 ชั้น ชั้นบน (TOFU) ให้คนรู้จักและชินตากับคอนเทนต์ ชั้นกลาง (MOFU) เก็บ Lead ไว้ติดตาม ชั้นล่าง (BOFU) กระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น จองสิทธิ์ล่วงหน้า Funnel ช่วยประหยัดค่าโฆษณา เพราะยิงลูกค้าตรงกลุ่ม [แต่ใช้ได้ผลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตอนเก็บ Lead ถ้าเก็บไม่ได้ก็จบ]
-
Sale Page หรือ Landing Page คือ หน้าเว็บหน้าเดียวที่เขียนมาเพื่อปิดการขาย ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันทีแบบไม่ยืดเยื้อ ยุคนี้เว็บไซต์ไม่ใช่ทางเลือกแล้ว แต่เป็นทางบังคับที่ต้องทำ แล้วยิงโฆษณาจากแพลตฟอร์มอื่นพาลูกค้าเข้ามา
-
Cross Selling คือ การขายสินค้าเสริมพ่วงกับสินค้าหลัก เช่น ขายกล้องได้กำไรแล้ว ขายกระเป๋ากล้องพ่วงไปด้วย ได้กำไรสองเด้ง
-
Upselling คือ การเชียร์ให้ลูกค้าซื้อรุ่นที่ดีกว่าหรือแพงกว่าตัวเดิม ทำให้ธุรกิจได้กำไรต่อออเดอร์มากขึ้น
-
Abandonment (ทิ้งตะกร้า) คือ ลูกค้ากดหยิบสินค้าใส่ตะกร้าแล้ว แต่ไม่ยอมจ่ายเงินและออกจากเว็บไปทันที ถือเป็นการทิ้งออเดอร์ ต้องหาเหตุผลให้เจอว่าเกิดจากอะไร
คำศัพท์เว็บไซต์ SEO และ AEO
-
Traffic คือ จำนวนคนที่เข้าเว็บไซต์ แยกเป็นคนที่เข้าไม่ซ้ำ (Unique) และคนที่เข้าซ้ำ
-
Bounce Rate คือ การที่ลูกค้าเข้าเว็บไซต์มาหน้าแรก แล้วออกทันที โดยไม่เข้าหน้าอื่นต่อ
-
UX คือ การออกแบบหน้าเว็บไซต์ แอป และระบบหน้าบ้านหลังบ้าน ให้ใช้งานง่ายที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีและกลับมาใช้อีก
-
SEO คือ การเขียนบทความหรือทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google แบบไม่มีค่าโฆษณา แต่ต้องแลกกับแรงกายและเวลา ซึ่งอาจจะมีค่ามากกว่าเงินเสียอีก
-
AEO (Answer Engine Optimization) คือ การทำเว็บให้ Ai อย่าง ChatGPT, Claude, Perplexity หยิบชื่อธุรกิจเราไปแนะนำ เวลาลูกค้าถาม ต่างจาก SEO ที่เป็นการทำเว็บให้ติดอันดับต้น ๆ บน Google [อ่านต่อได้ที่ SEO กับ AEO ต่างกันยังไง]
คำศัพท์กลยุทธ์ธุรกิจออนไลน์
-
Gap Marketing คือ การหาช่องว่างการตลาด หาจุดเข้าที่ธุรกิจเราไปต่อได้ง่าย คู่แข่งไม่เยอะเกินไป ไม่ตัดราคากันจนปวดหัว ส่วนใหญ่วัดกันจากราคากับคุณภาพ ว่าตลาดยังขาดตรงไหน
-
Long Tail คือ สินค้าเฉพาะกลุ่ม ในโลกออฟไลน์ สินค้าที่ไม่ฮอตขายไม่ได้ เพราะไม่มีที่วางบนชั้น แต่ในโลกออนไลน์ สินค้าเฉพาะทางขายได้ตลอด แม้ไม่เยอะเท่าสินค้า Mass แต่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่พร้อมซื้อตลอดเวลา
-
OmniChannel คือ การขายควบคู่กันทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ 100% ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ธุรกิจโตยาก
-
Affiliate คือ การเอาสินค้าของคนอื่นมาขายแล้วรับค่าคอมมิชชัน ยุคนี้เป็นยุค Profit Sharing อย่างแท้จริง คนถนัดผลิตก็ผลิตสินค้าให้ดีที่สุด คนถนัดขายก็ไปเอาของเขามาขาย และถ้าเราเป็นเจ้าของสินค้าที่ดังแล้ว ก็จะมีคนอยากช่วยขายของให้เรามากขึ้นเรื่อย ๆ
-
Dropshipping คือ โรงงานผลิตสินค้าแต่ไม่ขายเอง เราเอาสินค้าไปขายต่อ โดยบวกราคาเพิ่มจากราคาทุน แล้วได้กำไรจากส่วนต่าง
-
Margin คือ กำไร จุดตัดสินของธุรกิจในระยะยาว อยู่ที่บรรทัดสุดท้ายของบัญชี คือกำไรสุทธิ สินค้าที่มีกำไรมาก จะมีเงินเหลือไปทำการตลาดได้อีกเยอะ [อ่านต่อได้ที่ ขายดีแต่ไม่มีกำไร]
-
Inventory คือ สต็อกสินค้า ถ้าจัดการสต็อกได้ดี รอบหมุนของสินค้าจะเร็วขึ้น เงินทุนไม่จม และกระแสเงินสดเป็นบวกทุกเดือน
สรุป
คำศัพท์การตลาดออนไลน์ทั้ง 32 คำ สรุปง่าย ๆ เป็น 5 กลุ่ม ยิงแอดต้องดู CTR, Conversion Rate และ ROAS ทำคอนเทนต์ต้องเริ่มจาก Pain Point มี Hook และต้อง Monetization ได้ หาลูกค้าต้องเก็บ Lead เข้า LINE OA ผ่าน Funnel และ Sale Page ทำเว็บต้องรู้ทั้ง SEO และ AEO ส่วนกลยุทธ์ธุรกิจ ให้หาช่องว่าง (Gap Marketing) และดูแล Margin กับสต็อกให้ดี เรียนรู้วันละนิด แล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้นตามลำดับครับ
คำถามที่พบบ่อย
CTR คืออะไร?
CTR ย่อมาจาก Click Through Rate คืออัตราคนที่เห็นโฆษณาแล้วกดหรือสัมผัสโฆษณาเรา เช่น มีคนเห็น 100 คน แล้วกดเข้ามา 7 คน เท่ากับ CTR 7%
Funnel คืออะไร?
Funnel คือการแบ่งลูกค้าเป็น 3 ชั้น ชั้นบนให้คนรู้จักและชินตากับคอนเทนต์ ชั้นกลางเก็บ Lead ไว้ติดตาม ชั้นล่างกระตุ้นให้เกิดการซื้อ ข้อดีคือยิงแอดตรงกลุ่ม ประหยัดค่าโฆษณา
UGC คืออะไร ทำไมยุคนี้สำคัญ?
UGC ย่อมาจาก User Generated Content คือคอนเทนต์ที่ลูกค้าจริงเป็นคนทำหรือพูดถึงเรา ยุคนี้สำคัญมากเพราะเพิ่มความน่าเชื่อถือได้สูงที่สุด และต้นทุนถูกกว่าโฆษณาแบบเดิม
Brand Response กับ Brand Awareness ต่างกันยังไง?
Brand Response คือการตลาดที่ลูกค้าตอบรับทันที เช่น ทักแชต แอดไลน์ ส่วน Brand Awareness คือการทำให้คนจดจำแบรนด์ ธุรกิจช่วงแรกควรเน้น Brand Response ก่อน คือเก็บ Lead ใน LINE OA และ Inbox
บทความอื่นที่น่าอ่าน
ยิงแอด Facebook ยุคนี้ ทำไมยิงแล้วไม่เวิร์ค? 16 ข้อที่ต้องเปลี่ยน + 3 สัญญาณว่ากำลังยิงแอดทิ้งน้ำ
ยิงแอด Facebook แล้วไม่เวิร์ค ค่าแอดดูแพงขึ้น? อ.ตรี สรุปว่ายิงแอดยุคนี้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนตรงไหน สูตร 3 ก๊ก ปรับแอดทุก 3 วัน และ 3 สัญญาณเตือนว่ากำลังยิงแอดทิ้งน้ำ
อ่านต่อ →
มือใหม่ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง? 6 ขั้นตอนที่ควรทำก่อน (ฉบับปี 2569)
อยากเริ่มขายของออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน อ.ตรี เรียงให้ 6 ขั้นตอน ตั้งแต่เลือกสินค้า เลือกแพลตฟอร์ม Tiktok / YouTube / Facebook วางคอนเทนต์ จนพาลูกค้าเข้า Line@ พร้อม 5 ปัญหาที่ทำให้มือใหม่ไปไม่ถึงฝั่ง
อ่านต่อ →